0_ปก.JPG

10 สิงหาคม 2026 09:22

GISTDA จับมือ Hydrosat เปิดพรมแดนเทคโนโลยีดาวเทียมตรวจวัดความร้อน ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ ภัยพิบัติ และขีดความสามารถด้านอวกาศของไทย

GISTDA ร่วมกับ Hydrosat จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Thermal Satellite Frontier Workshop: Collaborative for Thailand Water Resilience” ระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านดาวเทียมตรวจวัดความร้อน และต่อยอดการประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ภาคการเกษตร ภัยพิบัติ และการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ Hydrosat จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Thermal Satellite Frontier Workshop: Collaborative for Thailand Water Resilience” ระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงาน GISTDA กรุงเทพฯ และอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park: SKP) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านดาวเทียมตรวจวัดความร้อน (Thermal Satellite) ตลอดจนหารือแนวทางประยุกต์ใช้ข้อมูลจากอวกาศเพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำ ภาคการเกษตร ภัยพิบัติ และการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย
1_รองพีร์.JPG
การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับสากลมาประยุกต์ร่วมกับศักยภาพด้านข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย เพื่อพัฒนาการใช้งานที่ตอบโจทย์สถานการณ์จริง (High-impact, Real-world Applications) และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ หรือ Water Resilience ของประเทศ

กิจกรรมตลอด 3 วันเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างนักภูมิสารสนเทศ วิศวกรดาวเทียม และผู้เชี่ยวชาญของ GISTDA กับทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Hydrosat รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรด้านการเกษตร ได้แก่ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมกันสำรวจศักยภาพของข้อมูลภาพถ่ายความร้อนจากดาวเทียม และพัฒนาแนวคิดสำหรับการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในบริบทของประเทศไทย

วันที่ 1: จากข้อมูล Thermal สู่การบริหารจัดการน้ำภาคการเกษตร

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงาน GISTDA กรุงเทพฯ การอบรมภายใต้ธีม “National Water Management & Thermal-Based Applications” มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจวัดความร้อนเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำและการเกษตร โดยทีม Hydrosat ได้นำเสนอแนวทางและกรณีศึกษาที่สะท้อนศักยภาพของข้อมูล Thermal ในการประเมินสถานะน้ำและการใช้น้ำของพื้นที่เกษตรจากอวกาศ
2_บรรยากาศ.JPG
หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการลดการพึ่งพาอุปกรณ์ตรวจวัดภาคสนาม หรือ “Go Sensorless” ด้วยการใช้ข้อมูลจากกลุ่มดาวเทียมขนาดเล็ก (Constellation of Mini-satellites) เพื่อติดตามตัวแปรด้านน้ำและสภาพพื้นที่เกษตรในเชิงพื้นที่ ช่วยลดข้อจำกัดของการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดจำนวนมากในแปลงเกษตรหรือระบบส่งน้ำ และเพิ่มโอกาสในการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่กว้างได้อย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นสำคัญคือการใช้ ภาพถ่ายความร้อนความละเอียดสูง (High-Resolution Thermal Imagery) เพื่อประเมินความเครียดของพืช (Crop Stress) ผ่านความแตกต่างของอุณหภูมิพื้นผิวและทรงพุ่มพืช ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังภาวะขาดน้ำ และช่วยให้หน่วยงานหรือเกษตรกรสามารถเตรียมการบริหารจัดการน้ำก่อนที่ผลกระทบต่อพืชจะปรากฏชัดเจนจากสภาพภายนอก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำชลประทาน ข้อมูลดังกล่าวมีศักยภาพในการนำไปสนับสนุนการประเมินความต้องการน้ำของพืชในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ระดับระบบส่งน้ำไปจนถึงระดับแปลงเกษตร โดยสามารถนำไปต่อยอดกับการวางแผนให้น้ำ (Irrigation Scheduling) และระบบ 7-day Irrigation Planner เพื่อช่วยกำหนดช่วงเวลาและปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับความต้องการของพืช
3_บรรยากาศ.JPG
แนวทางนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการจัดการนาข้าวแบบ เปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลด้านสถานะน้ำและความต้องการน้ำของพืชที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการประหยัดน้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ Hydrosat ยังนำเสนอแนวทางการจัดทำ บัญชีน้ำ (Water Accounting) ผ่านการประเมินการคายระเหยน้ำ หรือ Evapotranspiration: ET โดยใช้แบบจำลองและข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อช่วยอธิบายว่าน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ถูกใช้และหมุนเวียนไปอย่างไร ตลอดจนใช้ประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำของพืชและพื้นที่เกษตร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของ GISTDA ที่กำลังพัฒนาฐานข้อมูลการใช้น้ำของพืชและประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำภาคการเกษตรของประเทศ

ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ GISTDA มีเป้าหมายในการพัฒนาฐานข้อมูลและระบบติดตามการใช้น้ำของพืช เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Thermal Satellite จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการศึกษาข้อมูลดาวเทียมรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับเสริมความต่อเนื่องและความละเอียดของข้อมูลในอนาคต

เชื่อมข้อมูลหลายแหล่ง สู่การตัดสินใจบนฐานข้อมูล

การหารือในวันแรกยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านจากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในแต่ละระบบ หรือ Siloed Data ไปสู่การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Decisions แนวทางที่ได้หารือร่วมกันคือการศึกษาความเป็นไปได้ในการบูรณาการข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิว (Land Surface Temperature: LST) และข้อมูล Thermal เข้ากับฐานข้อมูลและผลิตภัณฑ์ดาวเทียมที่ GISTDA มีอยู่ เช่น ข้อมูลไฟป่า ข้อมูลน้ำท่วม และข้อมูลด้านการเกษตร เพื่อเพิ่มมิติของการวิเคราะห์และต่อยอดการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ GISTDA
4_เสื้อ Crops Drought.JPG
สำหรับด้านการเกษตร แนวทางดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม “เช็คแล้ง” (Crops Drought) และ Dragonfly เพื่อสนับสนุนการติดตามการใช้น้ำของพืช ประเมินความเครียดของพืช และช่วยให้การวิเคราะห์สถานการณ์ภัยแล้งมีรายละเอียดเชิงพื้นที่มากขึ้น โดยโครงการฯ มีการพัฒนาข้อมูล ET และการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

วันที่ 2: ขยายศักยภาพ Thermal Satellite สู่ภัยพิบัติ ความมั่นคง และเทคโนโลยีอวกาศ

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กิจกรรมย้ายไปยังอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (SKP) จังหวัดชลบุรี ภายใต้ธีม “Defense, Security & Sovereign Space Capabilities” โดยทีมผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรจาก Hydrosat ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงเทคนิคกับวิศวกรดาวเทียมและผู้เชี่ยวชาญของ GISTDA อย่างใกล้ชิด ประเด็นสำคัญคือการสำรวจศักยภาพของ Space-Based Thermal Intelligence หรือการใช้ข้อมูลความร้อนจากอวกาศเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านภัยพิบัติ โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคง
6_ศรีราชา.jpg
ด้านการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ มีการหารือถึงการใช้ความแตกต่างของอุณหภูมิพื้นผิวเป็นข้อมูลประกอบการตรวจจับความเปลี่ยนแปลง (Change Detection) และกิจกรรมของสิ่งปลูกสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยข้อมูล Thermal สามารถเพิ่มมิติของการวิเคราะห์ที่แตกต่างจากข้อมูลภาพเชิงแสงทั่วไป

สำหรับสถานการณ์ไฟป่า ข้อมูลในช่วงคลื่นอินฟราเรดความร้อนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจจับแหล่งความร้อนและติดตามแนวไฟ รวมถึงสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งมีศักยภาพในการนำไปผสานกับระบบติดตามจุดความร้อนจากดาวเทียมที่ GISTDA ใช้งานอยู่

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ข้อมูล Thermal เพื่อศึกษากิจกรรมของพื้นที่อุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ตลอดจนกิจกรรมทางทะเล โดยใช้รูปแบบการแผ่ความร้อนเป็นข้อมูลเสริมในการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลดาวเทียมประเภทอื่น

หารือการพัฒนา Payload และสร้างขีดความสามารถด้านอวกาศของไทย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของวันที่สองคือการหารือเชิงวิศวกรรมเกี่ยวกับแนวทางพัฒนา Payload ด้าน Mid-Wave Infrared (MWIR) และความเป็นไปได้ในการบูรณาการอุปกรณ์ตรวจวัดความร้อนเข้ากับแพลตฟอร์มดาวเทียมของไทย

ทีมวิศวกรของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นด้านโครงสร้าง ระบบพลังงาน การเชื่อมต่ออุปกรณ์ และข้อจำกัดทางวิศวกรรมของดาวเทียม เพื่อประเมินแนวทางการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันในอนาคต
5_หมู่ ศรีราชา.jpg
การหารือดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการเข้าถึงข้อมูลจากดาวเทียมต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง Sovereign Space Capabilities หรือขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาและดูแลได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ ระบบโครงสร้าง ระบบพลังงาน ไปจนถึงมาตรฐานและองค์ความรู้ด้านการประกอบและทดสอบดาวเทียม

วันที่ 3: เปิดโครงสร้างพื้นฐานอวกาศไทย และวาง Roadmap ความร่วมมือระยะต่อไป

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “Infrastructure Site Visit & Executive Wrap-up” GISTDA ได้นำคณะผู้แทน Hydrosat เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ณ SKP จังหวัดชลบุรี ทั้งระบบควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม ตลอดจน ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (Assembly Integration and Testing: AIT) เพื่อแสดงศักยภาพด้านบุคลากร เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในการรองรับการพัฒนาดาวเทียม
7_ศรีราชา.jpg
ในส่วนของเทคโนโลยี Thermal ทีมผู้เชี่ยวชาญได้แลกเปลี่ยนรายละเอียดเกี่ยวกับระบบ Onboard Blackbody Calibration Source ซึ่งใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับปรับเทียบค่าการแผ่รังสีความร้อนภายในระบบดาวเทียม เพื่อรักษาความถูกต้องและเสถียรภาพของข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์ตรวจวัด

ช่วงท้ายของการอบรม ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหารือ Roadmap การพัฒนาความร่วมมือด้านดาวเทียมในอนาคต ครอบคลุมแนวคิดการใช้กลุ่มดาวเทียมหลายประเภทเพื่อรองรับภารกิจที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการเกษตร ทรัพยากรน้ำ ภัยพิบัติ และการพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศของประเทศ

จาก Workshop สู่ความร่วมมือด้านข้อมูลและเทคโนโลยีในระยะยาว

การอบรม “Thermal Satellite Frontier Workshop: Collaborative for Thailand Water Resilience” ตลอด 3 วัน จึงไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีดาวเทียมตรวจวัดความร้อน แต่เป็นเวทีสำหรับเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศ วิศวกรรมดาวเทียม การเกษตร และการบริหารจัดการน้ำ เข้ามาร่วมกันกำหนดโจทย์และสำรวจแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศไทย

ในมิติของการบริหารจัดการน้ำ เทคโนโลยี Thermal มีศักยภาพในการเสริมการประเมินการคายระเหยน้ำของพืช การติดตามความเครียดของพืช การวางแผนชลประทาน และการจัดทำบัญชีน้ำ ขณะที่ในมิติของภัยพิบัติและเทคโนโลยีอวกาศ สามารถต่อยอดสู่การติดตามไฟป่า การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และการพัฒนาระบบดาวเทียมและ Payload ในประเทศ
8_ศรีราชา.jpg
ผลจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของ GISTDA ในการเชื่อมโยง ข้อมูลดาวเทียม เทคโนโลยีระดับสากล และองค์ความรู้ภายในประเทศ เพื่อพัฒนาจาก “ข้อมูล” ไปสู่ “ข้อมูลเชิงลึก” และจากข้อมูลเชิงลึกไปสู่การตัดสินใจที่สามารถนำไปใช้ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศได้จริง พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ข้อมูลอวกาศเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระยะยาว