
10 สิงหาคม 2026 16:15
GISTDA ยกระดับทักษะ GeoAI และ GI Vibe Coding เสริมศักยภาพบุคลากรประยุกต์ AI กับข้อมูลภูมิสารสนเทศ
GISTDA จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “GeoAI & GI Vibe Coding” ระยะเวลา 5 วัน เสริมทักษะการประยุกต์ใช้ AI กับข้อมูลภูมิสารสนเทศ ตั้งแต่การประมวลผลข้อมูลบนคลาวด์ Machine Learning และ Deep Learning สู่การพัฒนา Web Application โดยมีผู้เข้าร่วม 64 คน จากหลากหลายหน่วยงาน
GISTDA ยกระดับทักษะ GeoAI และ GI Vibe Coding เสริมศักยภาพบุคลากรประยุกต์ AI กับข้อมูลภูมิสารสนเทศ
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “GeoAI & GI Vibe Coding: ภูมิสารสนเทศปัญญาประดิษฐ์ และการเขียนโค้ดตามเจตนารมณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ด้านภูมิสารสนเทศ” ระยะเวลา 5 วัน ในวันที่ 13–14 และ 20–22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 3 GISTDA บางเขน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ ตั้งแต่การจัดการและประมวลผลข้อมูล การสร้างแบบจำลอง Machine Learning และ Deep Learning ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันภูมิสารสนเทศ
หลักสูตรได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมตามรายชื่อที่ลงทะเบียนรวม 64 คน จาก 4 หน่วยงาน โดยแบ่งเป็นผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดอบรม 46 คน และผู้เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ 18 คน สะท้อนการมีส่วนร่วมทั้งจากบุคลากรหลายภารกิจภายใน GISTDA หน่วยงานเครือข่ายด้านการบริหารจัดการน้ำ และภาคอุตสาหกรรมเกษตร
จากพื้นฐานภูมิสารสนเทศ สู่การทำงานในยุค GeoAI
กิจกรรมวันแรก วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 มุ่งปูพื้นฐานความเข้าใจด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หรือ Geo-Informatics โดยครอบคลุมการสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing: RS) ภาพถ่ายดาวเทียมและโดรน ระบบดาวเทียมนำทางโลก (GNSS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ก่อนเชื่อมโยงไปสู่แนวคิด GeoAI หรือ Geospatial Artificial Intelligence ซึ่งเป็นการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเชิงพื้นที่
ยกระดับสู่ Big Data และ Cloud Geospatial Processing
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เนื้อหาขยับสู่รากฐานด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมเรียนรู้การใช้ภาษา Python สำหรับงาน Data และ AI รวมถึง JavaScript สำหรับการพัฒนา WebGIS และ Frontend พร้อมทำความเข้าใจโครงสร้างข้อมูลภูมิสารสนเทศทั้งแบบ Vector และ Raster ตลอดจนรูปแบบไฟล์ที่ใช้ในงานเชิงพื้นที่

ใช้ AI วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและสร้างแบบจำลองเชิงพื้นที่
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 การอบรมมุ่งเข้าสู่ Geospatial Data Engineering และ Spatial Machine Learning ผู้เข้าร่วมได้ฝึกใช้ AI ช่วยในการอ่านและทำความสะอาดข้อมูล การแปลงระบบพิกัด รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Spatial Join, Buffer, Overlay และ Zonal Statistics เพื่อบูรณาการข้อมูล Vector และ Raster เข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้การตรวจสอบความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ รวมถึงแนวทางใช้ AI ช่วยสร้างโครงสร้างเบื้องต้นของแบบจำลอง Deep Learning สำหรับการวิเคราะห์และพยากรณ์สถานการณ์ภัยแล้งทางการเกษตร
จาก Deep Learning สู่ Web Application ด้านภูมิสารสนเทศ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เนื้อหาการอบรมยกระดับสู่ Advanced Deep Learning for Earth Observation โดยฝึกประยุกต์ใช้ AI กับข้อมูลจากการสำรวจโลก ตั้งแต่การจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Image Classification) การตรวจจับวัตถุบนภาพดาวเทียม (Object Detection) ไปจนถึงการแบ่งส่วนภาพ (Semantic Segmentation)
ปิดท้ายด้วย GI Vibe Hackathon เปลี่ยนองค์ความรู้สู่ผลงานจริง
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของหลักสูตร จัดกิจกรรม Capstone Project หรือ GI Vibe Hackathon เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกโจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่ที่สนใจ และนำองค์ความรู้จากการอบรมทั้ง 4 วันที่ผ่านมาไปพัฒนาเป็นโครงการของตนเอง

กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพการนำ GI Vibe Coding ไปประยุกต์ใช้แบบครบวงจร ตั้งแต่การตั้งโจทย์ การเลือกข้อมูล การสั่ง AI ให้ช่วยพัฒนาโค้ด การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ไปจนถึงการสร้างเครื่องมือสำหรับนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
เสริมขีดความสามารถบุคลากรสู่การทำงานด้วย GeoAI
การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านภูมิสารสนเทศให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยไม่ได้มุ่งเพียงการใช้ AI เพื่อช่วยเขียนโค้ดเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจตรรกะเชิงพื้นที่ การเลือกใช้ข้อมูลและเครื่องมือที่เหมาะสม ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น
