
26 พฤษภาคม 2026 04:05
GISTDA จัดประชุมคณะทำงานวิชาการ ครั้งที่ 4/2569 เดินหน้าพัฒนาแบบจำลองการใช้น้ำภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
GISTDA ผนึกกำลัง กรมชลประทาน และ สทนช. เดินหน้ายกระดับการรับมือวิกฤตภัยแล้งเชิงรุก! จัดการประชุมคณะทำงานด้านวิชาการฯ ครั้งที่ 4/2569 เร่งพัฒนานวัตกรรมอวกาศเพื่อการเกษตร ชูไฮไลต์การประเมินความต้องการน้ำของพืชที่ละเอียดถึง "ระดับรายวัน" และดัชนีคาดการณ์ภัยแล้งล่วงหน้า 6 เดือน โดยทั้ง 3 หน่วยงานกำลังร่วมมือกันพัฒนาและลงพื้นที่ทดสอบอย่างเข้มข้นในสวนทุเรียนและนาข้าว นวัตกรรมที่กำลังพัฒนานี้จะเข้ามาต่อยอดแพลตฟอร์ม "เช็คแล้ง" (Crops Drought) ให้เป็นเครื่องมือคู่คิดแก่เกษตรกรไทย
เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA จัดการประชุมคณะทำงานด้านวิชาการ ทบทวน ศึกษา วิเคราะห์การใช้น้ำของพืชภาคการเกษตร ครั้งที่ 4/2569 ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 7 สทอภ. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะทำงานจาก GISTDA กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมจำนวน 33 คน
การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแบบจำลองการใช้น้ำของพืชในภาคการเกษตร การพัฒนาระบบคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งล่วงหน้า และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากดาวเทียมร่วมกับอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานร่วมกันทั้งเชิงพื้นที่และเวลา (Spatiotemporal) เพิ่มขีดความสามารถยกระดับการบริหารจัดการน้ำภาคการเกษตรของประเทศให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำของพืช (Evapotranspiration: ET) จากเดิมระดับรายสัปดาห์สู่ระดับรายวัน โดยใช้สมการ Penman-Monteith เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความต้องการใช้น้ำของพืช รวมถึงการพัฒนาดัชนีคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง (DRI Forecast) ล่วงหน้า 6 เดือน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลชลประทาน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และข้อมูลดาวเทียม เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายและการป้องกันภัยแล้งเชิงรุก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการใช้ข้อมูลจากระบบ Irriwatch และเทคโนโลยี Thermal Satellite ร่วมกับข้อมูลภาคสนาม เพื่อวิเคราะห์ความเครียดของพืชและวางแผนให้น้ำล่วงหน้า ตลอดจนรายงานผลการลงพื้นที่จริงในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชุมพร ซึ่งเกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ Tensiometer ร่วมกับข้อมูลดาวเทียมในการบริหารจัดการน้ำในสวนทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์สอบทานข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลจากการสำรวจ และข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน ของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานระยะต่อไป โดยในระยะสั้นเร่งด่วน จะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการการสอบเทียบข้อมูล ET จากดาวเทียม กับการตรวจวัดภาคพื้นดิน ณ จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเดือนกรกฏาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อบูรณาการการตรวจสอบข้อมูล ET จากดาวเทียมเปรียบเทียบกับสถานีตรวจวัดภาคพื้นดินในพื้นที่นาข้าว อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานข้อมูลน้ำภาคการเกษตรที่เชื่อถือได้ในระดับประเทศ และต่อยอดการพัฒนาแพลตฟอร์ม “เช็คแล้ง” (Crops Drought) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการน้ำและรับมือสถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยอย่างยั่งยืน






